ม้าลาย ทำช็อก! ปราชัย เบเนเวนโต ค้างรัง 0-1 บอลกัลโช่เซเรีย อา

การแข่งขันชิงชัยฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดู 2020-21 คู่ที่น่าดึงดูด “ม้าลาย” ยูเวนตุๆส ชั้น 3 ของตาราง เปิดสนามอัลลิอันซ์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ เบเนเวนโต ชั้น 16 ของตาราง

ยูเวนตุๆส มีโอกาสแซงเอซี มิลาน ที่แข่งขันคราวหลังขึ้นไปอยู่ชั้น 2 หลังมีแต้มห่างกันแค่คะแนนเดียว วันนี้แจ่มแจ้งไม่มี ฮวน กวาดราโด้ ที่ติดโทษแบน ในเวลาที่ เปาโล ดิบาลา, เมริห์ เดมิรัล และ อารอน แรมซี่ย์ ยังไม่หายเจ็บ แต่จะได้ โรดริโก เบนทานคูร์ หายจากวัววิด-19 กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง

ในระหว่างที่ เบเนเวนโต้ ขาดตัวหลักอย่าง ปาสกวาเล่ ชิอนัตตาเรลล่า และ ค้างมิล กลิค ที่ติดโทษแบน ในเวลาที่ ฟาบิโอ เดเปาลี, มึงตาโน เลตำหนิเซีย และยาโก ฟัลเก มีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บก่อกวน

ผลที่ตามมา ยูเวนตุๆส พลาดท่าแพ้ เบเนเวนโต ไปแบบหวุดหวิด 0-1 โดย เบเนเวนโต ได้ประตูในนาทีที่ 69 จากจังหวะที่ผู้เล่นยูเวนตุๆสจ่ายบอลขวางสนามพลาดมาเข้าทาง อดอลโฟ เกรชห์ ซัดด้วยขวาในจุดโทษ บอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ จากความปราชัยดังกล่าวทำให้ ยูเวนตุๆส มี 55 คะแนนเหมือนเดิม รั้งชั้น 3 ต่อไป ชวดขึ้นรองหัวหน้าฝูงอย่างน่าเสียดาย ส่วน เบเนเวนโต เก็บเพิ่มเป็น 29 คะแนน แต่ยังรั้งชั้น 16

ผลคู่อื่น
– เวโรนา แพ้ อตาลันตา 0-2
– ซามพ์โดเรีย ชนะ โตริโน 1-0
– อูดิเนเซ แพ้ ลาสิโอ 0-1

รอดตายหวุดหวิด! ดอร์ทมุนด์ โรคหืดจับบุกตีเจ๊า วัวโลญจน์ นาทีท้าย 2-2

การประลอง บอล บุนเดสลีกา เยอรมนี คู่ระหว่าง “แพะบ้า” โคโลญจน์ เปิดบ้านเจอกับ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน เมื่อคืนนี้วันเสาร์ที่ 20 มีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

เปิดเกมมาแค่เพียง 3 นาที กลุ่มเยือนลุยทันที เอ็มเร่ เฉลียง วางบอลยาวขึ้นหน้าให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ หลุดเข้าไปซัดสวนตัว ทิโม ฮอร์น ตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 23 เจ้าของบ้านเกือบจะได้ประตูตีเสมอ อิสมาอิล ยาค็อบส์ ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ โยนาส เฮคเตอร์ ที่เพิ่มขึ้นมาซัดบินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 34 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ จู๊ด เบลลิงแฮม ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินมอง VAR แล้วการันตีคำเดิม ก่อนที่ ดูด้า รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ โคโลญจน์ ตีเสมอ 1-1 พร้อมหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 กลุ่มเยือนได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกฟรีคิก ยักษ์มูด ดาองค์การอนามัยโลกด บรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งเข้าพบประตูแม้กระนั้น ทิโม ฮอร์น พุ่งเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 65 แปลงเป็น โคโลญจน์ ที่มาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะที่ โดมินิค แดร็กซ์เลอร์ แทงทะลุช่อง ก่อนที่ อิสมาอิล ยาค็อบส์ จะลากหนีตัวตามติดรวมทั้งยิงเข้าประตูไป
ด้านหลังเกมนาทีที่ 90 กลุ่มเยือนไม่ยินยอมง่ายๆอันส์การ์ คเนาฟฟ์ หลุดมาทางริมเส้นก่อนเปิดเข้าไปในเขตโทษให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ปรี่เข้าซัดตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์ ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ

จบเกม “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ บุกไล่ตีเสมอ โคโลญจน์ แบบหืดจับ 2-2 เก็บเพิ่มได้เพียงแต่ 1 แต้ม รั้งอันดับ 5 อย่างเดิม

รายนามผู้เล่นของทั้งคู่กลุ่ม
โคโลญจน์ : ทิโม ฮอร์น, คิงส์ลี่ย์ เอฮีซีบูเอ้ (เบนโน ชมิทซ์ น.82), ฆอร์เก้ เมเร่, ราฟาเอล ชิชอส, โนอาห์ คัทเทอร์บัค, มาริอุส โอ้อวดล์ฟ (ยาน ทิลล์มันน์ น.87), โยนาส เฮคเตอร์ (เอลวิส เร็กซ์เบชาจ์ น.82), เอลเยส ชักห์รี, อิสมาอิล ยาค็อบส์, โดมินิค แดร็กซ์เลอร์, ออนเดรย์ ดูด้า (ซาลีห์ เอิซเฉลียง น.90+3)
ดอร์ทมุนด์ : มาร์วิน ฮิทซ์, โธมัส เมอนิเย่ร์ (อันส์การ์ คเนาฟฟ์ น.80), เอ็มเร่ เฉลียง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, นิโก้ ยกลซ์, โจวานนี่ เรย์น่า (ไรเนียร์ น 66), จู๊ด เบลลิงแฮม, ยักษ์มูด ดาองค์การอนามัยโลกด (มานูเอล อาคานจี น.88), ยูเลี่ยน บรันด์ท (ยูซูฟา มูโกโก น.46), ธอร์ก็อง อาซาร์, เออร์ลิง ฮาแลนด์

ไม่พลาด! เชลซี เปิดบ้านอัด เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 ฉลุย 4 กลุ่ม เอฟเอคัพ

การแข่งขันชิงชัย ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด คู่ระหว่าง เชลซี พบกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค. 2564

เปิดเกมมาเพียงแค่นาทีแรก เชฟฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสทักก่อน เดวิด แม็คโกลดริค สับไกหน้าจุดโทษแต่บอลยังตรงตัว เกปา อาร์ริซาบาลาก้า รับเข้าซองได้ไม่ยาก

นาทีที่ 24 เชลซี เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ ครึ่งหนึ่งยิงครึ่งหนึ่งผ่านเข้าไปในจุดโทษ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด มานะสกัดแต่โดนไม่ดีบอลไถลเปลี่ยนปากทางเข้าประตูตัวเอง พร้อมด้วยหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อช่วงหลัง นาทีที่ 49 “สิงห์บลูส์” เจ้าถิ่นมาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก เมสัน เมาท์ วิ่งเข้ากดด้วยขวาแต่บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไปอย่างโชคร้าย

นาทีที่ 67 กลุ่มเยี่ยมเกือบจะได้ประตูตีเสมอ จอห์น ลันด์สแทรม เปิดบอลโด่งเข้าจุดโทษ เดวิด แม็คโกลดริค เทกตัวโหม่งเต็มๆแต่บอลหลุดเสาออกไป

สองนาทีต่อมา “กระบี่คู่” เกือบจะได้อีกคราว โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ลากมากดด้วยขวาหน้าจุดโทษแต่ เกปา ยังไวพุ่งปัดทิ้งออกไปได้

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 เจ้าถิ่นลุยอีกคราว เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลโค้งเข้าจุดโทษ ฮาคิม ซิเย็ค วิ่งมาล้มตัวยิงด้วยซ้ายทิ่มเสาเข้าไปเด็ดขาด เชลซี ซ้ำเติมชัย 2-0

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 เดินหน้าผ่านไปสู่รอบ 4 กลุ่มท้ายที่สุดได้เสร็จ

รายนามผู้เล่นของทั้งสองกลุ่ม
เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เอเมอร์สัน, อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง, เคิร์ท ซูม่า – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, ใบเสร็จรับเงินลี่ กิลมัวร์, มาเตโอ โควาซิช, เบน ชิลเวลล์ – คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เมาน์ท -โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล – จอร์จ บัลด็อค, ฟิล จากิลก้า, เอ็นดา สตีเว่นส์, เบน ออสบอร์น – เจย์เด้น โบเกิ้ล, จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค

ยี่ห้อหมี เชือดหวิว อลาเบส 1-0 นำจ่าฝูงลาลีกาต่อ

แอตเลติโก มาดริด เก็บความมีชัยเหนือ อลาเบส 1-0 คว้าสามแต้มสำคัญ นำหัวหน้าฝูงลาลีกา ห่าง เรอัล มาดริด 6 คะแนน และห่างจากบาร์เซโลน่า 4 คะแนน

การแข่งขันชิงชัยบอล ลา ลีกา ประเทศสเปน ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง “ยี่ห้อหมี” แอตเลติโก มาดริด เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน รับการมาเยี่ยมของ อลาเบส อันดับ 19 ของตาราง

แอตเลติโก มาดริด เกมนี้ไม่มีเฟลิกซ์ ที่ติดโทษแบน พวกเขามาเล่น 4-4-2 โดย ซัวเรซ,คอร์เรอา จับคู่หน้า ตรงกลางมี เลอมาร์,ญฮเรนเต,โกเก้,การ์ราสหรูหรา แนวรับซ้ายไปขวาเป็น เอร์โมโซ่,กิเมเนซ,ซาวิช,ทริปเปียร์ และ โอบลัคเฝ้าเสา

ส่วนฝั่งอลาเบสมาเล่น 4-1-4-1 โดยทิ้ง โฆเซลู ไว้เป็นหน้าค้ำและมี โชต้า,เมนเดซ,ปอนส์,เปลเลสตรี รอหนุนจากตรงกลาง

ผลปรากฏว่า แอตเลติโก มาดริด เอาชนะ อลาเบส ไป 1-0 โดย ยี่ห้อหมี ได้ประตูในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น หลุยส์ ซัวเรซ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

ทำให้ แอตเลติโก มาดริด เก็บเพิ่มเป็น 66 คะแนน นำเป็นหัวหน้าฝูงถัดไป ทิ้งห่างทีมอันดับสองอย่าง บาร์เซโลน่า 4 คะแนน และมีคะแนน ห่างอันดับ 3 อย่าง เรอัล มาดริด ไปเป็น 6 คะแนน

รอบรองฯ เอฟเอ คัพ มีซี้ด!!! เชลซี ฟัด แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ ดวล เซาแธมป์ตัน

ผลของการจับสลากศึก เอฟเอ คัพ 2020/21 รอบรองชนะเลิศ เชลซี จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เลสเตอร์ สิตี้ จะพบกับ เซาแธมป์ตัน

บอลถ้วยดินแดนผู้ดีได้คู่แข่งในรอบ 4 กลุ่มสุดท้ายเป็นที่เป็นระเบียบโดย “สิงห์บลู” เชลซี ที่เข่น เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ในคืนวันอาทิตย์จะ ได้ดวลกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน มาด้วยสกอร์ 2-0

ในตอนที่อีกคู่จะเป็นการพบกันของ เลสเตอร์ สิตี้ ที่ตี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 จะพบกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน

ทั้งนี้ โปรแกรมทั้งยัง 2 คู่จะฟาดแข้งกันในวันที่ 17 เดือนเมษายนนี้

ผีแดง ดวล กรานาดา, ปืนใหญ่ ฟัด สลาเวีย ปราก ศึกยูโรปาลีก รอบก่อนรองฯ

ผลการจับฉลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือ รอบ 8 ทีมสุดท้าย แล้วก็ รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มี.ค. ออกมาเป็นที่เป็นระเบียบ

ผลการจับฉลากฟุตบอล ยูฟา ยูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ( 8 ทีมสุดท้าย)

– กรานาดา (สเปน) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

– อาร์เซนอล (อังกฤษ) พบ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

– อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) พบ โรมา (อิตาลี)

– ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) พบ บีญาเรอัล (สเปน)

แข่งขันเลกแรกวันที่ วันที่ 8 เมษายน แล้วก็ แข่งขันเลกที่สองวันที่ 15 เมษายน

รอบรองชนะเลิศ

ผู้ชนะระหว่างคู่ กรานาดา (สเปน) หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) พบ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) หรือ โรมา (อิตาลี)

ผู้ชนะระหว่างคู่ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) หรือ บีญาเรอัล (สเปน) พบ อาร์เซนอล (อังกฤษ) หรือ สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

แข่งขันเลกแรกวันที่ 29 เมษายน แล้วก็ แข่งขันเลกที่สองวันที่ 6 พฤษภาคม

รอบชิงแชมป์
วันที่ 26 พฤษภาคม (เอเนอร์ก้า กดังส์ค อารีที่นา, ประเทศโปแลนด์)

“ป็อกบา” วีรบุรุษ! ซัดนำชัยพาผีแดง บุกเฉือน เอซี มิลาน 1-0 ทะลุรอบ 8 กลุ่ม ยูโรปาลีก

บอล ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2020/21
รอบ 8 กลุ่มสุดท้าย เลกที่ 2
วันพฤหัสบดีที่ 18 มี.ค. 2021

เอซี มิลาน 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(รวมผลสองนัด แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)

สนาม : ซาน สิโร

พอล ป็อกบา ที่พึ่งจะหายเจ็บกลับมาเป็นตัวสำรองช่วยทำประตูเดียวของเกมส่งให้ต้นสังกัดของเขาบุกมาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ถึงถิ่นรวมทั้งเข้ารอบถัดไปได้เสร็จด้วยสกอร์รวม 2-1

นาทีที่ 12 โอกาสแรกของเกมมาจาก แฟร์นันดส์ ที่ยิงผ่านคานออกไป โดยต้องยกย่องการสร้างโอกาสของ ชอว์ ที่แหวกหนีแนวรับของ มิลาน มาได้อย่างแน่ใจ ก่อนที่จะอีก 2 นาทีถัดมา เคสสิเย จะสบโอกาสลองยิงไกลดูบ้างแต่ก็เบากระทั่งมิได้ทำให้ เฮนเดอร์สัน ต้องออกโรงมากนัก

ผ่านไป 20 นาที่ เกมดูเหมือนเริ่มเปิดเยอะขึ้นเรื่อยๆหลังก่อนหน้านี้ทั้งยัง 2 กลุ่มเล่นกันแบบค่อนข้างรอบคอบตัว
นาทีที่ 40 เซเลอมักเกอร์ส สบโอกาสทองจากหน้าปากประตูแต่ยิงไปตรงตัว เฮนเดอร์สัน

ก่อนหมดเวลา 45 นาทีแรก ชัลฮาโนกลู โยนบอลเข้าไปถึง อาจารย์นิช ได้ยิงแต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างโชคร้าย

นาทีที่ 47 ป็อกบา ที่พึ่งจะถูกส่งลงมายิงให้กลุ่มออกนำไปแล้ว 0-1 ในจังหวะขลุกขลิกกันอยู่ในกรอบจุดโทษดูเหมือนกับว่า ปิโอลี จะสั่งให้ลูกทีมของเขาเล่นเกมรุกเต็มดูดจากการที่ทั้งยัง 2 ฟูลแบ็ครวมทั้ง ฟรองค์ เคสสิเย เริ่มยืนสูงขึ้นมาเรื่อยในแดนของ ยูไนเต็ด

นาทีที่ 73 มิลาน แทบได้ตีเสมอจากจังหวะโหม่งของ อิบราฮิโมวิช แต่ เฮนเดอร์สัน ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไว้ได้

แล้วหลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ใ จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเชือด เอซี มิลาน 1-0 รวมผลสองนัดกลุ่มอสุรกายแดงผ่านเข้ารอบถัดไป ด้วยสกอร์รวม 2-1

รายนามผู้เล่นที่ลงในสนาม

เอซี มิลาน : จานฝ่าจิ ดอนนารุมม่า,ปิเครื่องปรับอากาศ ติดอยู่ลูลู (ดีเอโก้ ดาโลต์ น.65),ฟิติดอยู่โย่ โทโมรี่,ซิมง เคียร์,เตโอ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ,ราเด้ อาจารย์นิช (บราฮิม ดิอาซ น.72),ฟร้องค์ เกสสิเย่,ซูอาลิโอ เมอิเต้,ซามู กาสติเยโฆ่ (ซลาตัน อิบราฮิโมวิช น.65),ฮาคาน ชาลาโนลู,อเล็กสิส ซาเลเมเกอร์ส

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน,อารอน วาน-บิสซาก้า,วิคตอร์ ลินเดเลิฟ,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,ลุค ชอว์,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์,เฟร็ด,เมสัน กรีนวู้ด,บรูโน่ แฟร์นันเดส, แดเนียล เจมส์, มาร์คัส แรชฟอร์ด (ปอล ป็อกบา น.46)

มาตามนัด! “เรือใบ” ควง “ชุดขาว” ฉลุยรอบ 8 กลุ่ม ศึกแชมเปียนส์ลีก

การประลองฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2020-21 รอบ 16 กลุ่มสุดท้าย นัดหมายสอง เมื่อคืนนี้วันพุธที่ 16 มี.ค.64 มีแข่งขัน 2 คู่ คู่ที่น่าสนใจที่สนามปุสกัส อารีที่นา (สนามกึ่งกลาง) “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เจอกับ “สิงห์ชายหนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค จากเยอรมนี โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ ชนะมาได้ก่อน 2-0

ฝั่งเรือใบสีฟ้า ที่เอาชนะในเลกแรกมา 2-0 นัดหมายนี้ จัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด มาห์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ และ ฟิล โฟเด้น เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านสิงห์ชายหนุ่ม เลือกใช้แผน 4-3-1-2 วาง ลาร์ส สตินด์ล เป็นตัวทำเกม โดยมี มาร์คัส ตูราม จับคู่กับ บรีล เอ็มโบโล ในแดนหน้า

ผลที่ตามมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 2-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 4-0 โดย “เรือใบสีฟ้า” ได้ประตูจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 12 และอิลคาย กุนโดกัน นาทีที่ 18เกมอีกคู่ที่สนามอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน “กษัตริย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด จากประเทศสเปน เปิดบ้านรับการมาเยี่ยมของ อตาลันตา โดยนัดแรก เรอัล มาดริด บุกไปชนะมาได้ก่อน 1-0

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งกุมการได้เปรียบจากการบุกชนะมาได้ก่อนในนัดแรก 1-0 เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ใช้คู่แผงหน้าเป็น วินิซิอุส จูเนียร์ ติดต่อประสานงานร่วมกับ คาริม เบนเซมา

ด้านกลุ่มเยี่ยมของ จาน ปิเอโร กาสเปรินี จะต้องชนะผลต่างเกิน 2 ประตูขึ้นไป ถ้าหากหวังจะกลับเข้ารอบ วางหมากมาในแผน 3-4-3 ใช้สามแนวรุกเป็น รุสลัน มาลินอฟสกี้, หฝ่าส์ มูเรียล และ มาริโอ ขว้างซาลิช

ผลที่ตามมา เรอัล มาดริด คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังชนะ อตาลันตา 3-1 คว้าชัยด้วยประตูรวม 4-1 โดย “กษัตริย์ชุดขาว” ได้ประตูจาก คาริม เบนเซมา นาทีที่ 34, จากจุดโทษของ เซร์คิโอ รามอส นาทีที่ 60 และมาร์โก อเซนซิโอ นาทีที่ 84 ส่วนกลุ่มเยี่ยมตีไข่แตกได้จาก หฝ่าส์ มูเรียล นาทีที่ 83

ตัดเกรดลำแข้ง หงส์แดง เกมเอาชีวิตรอดดับ วูล์ฟส 1-0 – Player Ratings

การประลอง :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่ง : คืนวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2021
เวลาแข่ง : 03:00 น. ตามเวลาในไทย
ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน : วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 ลิเวอร์พูล
สนาม : โมลินิวซ์ กราวเกรียวนด์
คะแนนนักฟุตบอล ลิเวอร์พูล
อลิสชอน เบ็คเกอร์ – 6/10
แทบพลาดท่าเสียประตูในช่วงต้นเกม ทำเป็นดีในการยืนตำแหน่งคุ้มครองปกป้องลูกโหม่งจากแนวรุกของเจ้าของบ้าน

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ – 7/10
ทิ่มอลง่ายไปสักหน่อยในช่วงต้นเกมแต่ว่าเบาๆจับจังหวะของตนได้และมีส่วนร่วมในการเปิดเกมรุกจากขอบเส้นฝั่งขวาอย่างสม่ำเสมอ

แนท ฟิลลิปส์ – 8/10
สะดุดตาในการคุ้มครองปกป้องลูกกลางอากาสจาก วูล์ฟส เป็นคนเริ่มชิงโหม่งถึงที่เหมาะกลางสนามในจังหวะอันนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการได้ประตูของกลุ่ม

โอซาน คาบัค – 7/10
มีปัญหาในการต่อกรกับความเร็วของ อดามา ตราโอเร ให้มองเห็นอยู่บ้างแต่ว่าโดยรวมถือว่ายังสามารถเอาตัวรอดได้ดี

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – 6/10
ไม่ใช่วันที่เจ้าตัวอยู่ในฟอร์มที่ดีนักทั้งในเกมรับและเกมรุก

ผีโชคดี เฮดีต่อใจ 1-0! “ดอว์สัน” ยิงตนเอง รีๆรอๆงจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ2020/21
วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2021

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 พบ เวสต์แฮม

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ดถ่ายทอดสด
ผู้ตัดสิน : คริส คาวาทุ่งนาฟ

แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นกันได้ไม่ค่อยดีนักแม้กระนั้นยังเก็บ 3 แต้มขยับกลับไปที่ 2 ได้อย่างเดิมจากแนวทางการทำเข้าประตูตัวเองของ เครก ดอว์สัน

เวสต์แฮม ที่ได้เขี่ยก่อนพยายามพาบอลขึ้นหน้าไปโดยทันที ก่อนที่จะ ยูไนเต็ด จะตัดบอลมาสวนกลับไปทาง ชอว์ ที่ปาดเข้าในให้ กรีนวู้ด ได้ตอกลูกขัดแม้กระนั้นยังไปติดบล็อคของ ดอว์สัน ในนาทีที่ 3

ต่อจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ดูจะเล่นกันด้วยความทรหดอดทนและก็รอบคอบมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี 3 แนวรุกของ ยูไนเต็ด ดูจะเล่นได้ไม่เข้าขากันเลย เพราะต่างคนต่างก็พยายามฝืนจนถึงเสียบอลไปง่ายๆส่วนผู้ที่เด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ลุค ชอว์ ที่ใช้พื้นที่ว่างได้อย่างคุ้มค่าด้วยการเติมมาหาจังหวะเปิดเข้ากึ่งกลางเสมอ

นาทีที่ 24 แรชฟอร์ด คลาดโอกาสทองคำไปอย่างน่าอัศจรรย์จากจังหวะที่ กรีนวู้ด รับบอลมากจาก แฟร์นันดส์ ที่ขอบเส้นฝั่งขวาแล้วเปิดไปถึงเขา ได้โอกาสเทคตัวโหม่งผู้เดียวกระโดดๆแม้กระนั้นดันทำบอลหลุดกรอบไป

นาทีที่ 36 กรีนวู้ด ได้โอกาสสับไกจากหน้ากรอบจุดโทษแม้กระนั้น ฟาเบียงสกี้ ยังโชว์ซูเปอร์เซฟ ปัดด้วยปลายมือออกไปได้ หมดเวลา 45 นาทีแรก ยังเสมอกัน 0-0

เวสต์แฮม เริ่มเกมใน 45 นาทีข้างหลังด้วยแนวทางเล่นรับลึกแบบเดิม พวกเขาปล่อยให้ ยูไนเต็ด โหมบุกเข้าใส่ได้อย่างต่อเนื่อง และก็แม้ว่าจะทดลองทั้งยิงไกล ทั้งเปิดเข้ากึ่งกลางหรือแทงทะลุช่อง เจ้าบ้านก็ยังมิได้ประตูขึ้นนำพลาดท่า
นาทีที่ 53 ประตูแรกของเกมมาแล้วจากจังหวะเตะมุมของ แฟร์นันเดส ไปถึง แม็คโทมิเนย์ กระแทกไปชน ดอว์สัน เข้าประตูไป 1-0เวสต์แฮม เริ่มเปลี่ยนแผนหวังเอาประตูคืนโดยการส่ง 2 ตัวรุกลงมาช่วยประดิษฐ์เกม

แมนฯ ยูไนเต็ด หาจังหวะสวนกลับได้หลายหนแม้กระนั้นการจ่ายบอลของพวกเขายังคงขาดๆเกินๆจนถึงไม่อาจจะทิ้งห่างคู่แข่งขันออกไปได้เสียหน

หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะ เวสต์แฮม 1-0 รั้งรองจ่าฝูงไว้ได้ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองกลุ่ม

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดีน เฮนเดอร์สัน – แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คแกว่งร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ดาเนี่ยล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – เมสัน กรีนวู้ด

เวสต์แฮม : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – เคร็ก ดอว์สัน, อิสซ่า ดิย็อป, แอรอน เครสส์เวลล์ – วลาดิภรรยาร์ คูฟาล, โทมัส ซูเช็ค, มาร์ค โนเบิ้ล (มานูเอล ลันสินี่ น.62), เดแคลนลาน ไรซ์, เบน จอห์นสัน (ซาเหนื่อย เบนราห์มา น.62) – จาร์ร็อด โบเว่น, มิคาอิล อันโตนิโอ